หลักการการออกกำลังกายที่จะส่งเสริมสมรรถภาพของร่างกาย

หลักการการออกกำลังกายที่จะส่งเสริมสมรรถภาพของร่างกาย

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกท่าน วันนี้บุ้งจะขอมาพูดคุยถึงเรื่อง การออกกำลังกายในแบบต่างๆ เพื่อให้ได้ผลบรรลุเป้าหมายของแต่ละคน  ต้องทำอย่างมีขั้นตอนนะคะ จะต้องให้เหมาะกับตัวของเราเอง  เพื่อให้ได้ผลตามที่เราต้องการ  ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก หรือการกระชับสัดส่วน รวมไปถึงเพิ่มกล้ามเนื้อ อย่างเช่นถ้าเราออกกำลังกายน้อยเกินไปก็อาจจะไม่เห็นผล หรือ ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราออกกำลังกายมากจนเกินไป อาจจะได้รับบาดเจ็บ หรือ อาจจะไม่ได้ในสิ่งที่เราหวังเอาไว้นั่นเองแหละคะ

2

หลักการการออกกำลังกายที่จะส่งเสริมสมรรถภาพของร่างกาย

  1. หลักการใช้ความหนักมากว่าปกติ (Overload  Principle)

ในการออกกำลังกายในการใช้ความหนักมากกว่าปกตินั้นเพื่อต้องการให้อวัยวะต่างๆในร่างกาย ส่วนที่เรากำลังออกนั้นใช้งานมากกว่าปกตินั่นเอง  เพื่อให้ร่างกายของเรานั้นพัฒนา อย่างเช่นในเรื่องของการยกน้ำหนัก จากปกติยกเพียงแค่ 2 กิโลกรัม ก็อาจจะเพิ่มเป็น 4-5 กิโลกรัม  หรือ การวิ่ง ปกติอาจจะวิ่งวันละ 4 กิโลเมตร ก็พัฒนาในการวิ่งให้มากขึ้นเป็น 5-6 กิโลเมตร เพื่อให้ร่างกายปรับตัวต่อความหนักที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อในส่วนนั้นๆ ที่เราต้องการนั่นเองแหละค่ะ

5

  1. การเพิ่มความหนักอย่างเป็นขั้นเป็นตอน (Principle Progression)

เป็นขั้นตอนที่ต่อมาจาก (Overload  Principle) นั่นเองค่ะ  ในส่วนของขั้นตอนนี้บุ้งไม่อยากให้เพื่อนๆ เพิ่มความหนักตามใจชอบ เพราะอาจจะเกิดผลเสีย ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หรืออาจจะไม่ได้ผลตามอย่างที่เราต้องการก็เป็นไปได้ค่ะ ในการปรับต่างๆ ต้องค่อยๆปรับขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเพื่อนๆเอง อย่าหักโหมหรือรีบร้อนในการปรับนั่นเองค่ะ

เพื่อนๆ สามารถปรับได้ทั้ง 3 อย่าง  ระยะเวลา ความหนัก และความบ่อยครั้งในการฝึกฝนค่ะ และถ้าเพื่อนๆสามารถปรับร่างกายได้อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว บุ้งรับรองค่ะ ว่าอย่างที่เหลือจะตามมาอย่างแน่นอน  อย่างเช่น  บุ้งปรับในเรื่องของเวลาในการวิ่งให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น แน่นอนค่ะว่า  ความหนัก และความบ่อยครั้งในการวิ่งของบุ้งก็จะดีตามไปด้วย อันนี้เพื่อนๆลองนำไปทำกันดูนะคะ แล้วจะเห็นชัดเลยว่าร่างกายของเรานั้นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

9

  1. การออกกำลังกายแบบเฉพาะเจาะจง (Specific of Exercise)

ในการออกกำลังกายนั้นไม่สามารถออกแบบโปรแกรมเดียวแล้วจะได้ผลในทุกๆ ด้านได้ค่ะ  อย่างเช่นถ้าเราเลือกที่จะคาร์ดิโอ อย่างเดียว การพัฒนาร่างกายในด้านกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ก็จะไม่มีการพัฒนาควบคู่ไปด้วย  ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องมีการจัดโปรแกรมเฉพาะส่วนต่างๆ ของร่างกายของเรา เพื่อพัฒนาและจะได้เห็นผลในทุกๆ ด้านนั่นเอง

7

  1. การฟื้นฟูร่างกาย (Principle of Recuperation)

แน่นอนค่ะว่าในการออกกำลังกายต่างๆ ของเรานั้นจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการฉีกขาด เหนื่อยล้า การพักจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ร่างกายได้พักและมีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไป  การพักถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อให้การออกกำลังกายในครั้งต่อๆ ไปของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเองแหละคะ  เพื่อฉะนั้นการพักก็ถือว่าอยู่ในหนึ่งของขั้นตอนปฏิบัติเพื่อให้ถึงเป้าหมายของเรานั้นเอง

       สำหรับตัวบุ้งเอง บุ้งจะออกกำลังกาย 2 วัน และพัก 1 วัน ทำสลับกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น วันจันทร์ อังคาร ออกกำลังกาย วันพุธก็จะหยุด แล้วมาออกกำลังกายต่อในวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ พักวันเสาร์ ออกกำลังกายต่อ วันอาทิตย์ และจันทร์ ทำสลับไปเรื่อยๆ

8

  1. หลักการในการย้อนกลับ (Reversibility of  Training )

ถ้าหากเพื่อนๆที่ห่างหายจากการออกกำลังกายไปนานๆ ถึงแม้ว่าร่างกายยังดูสมบูรณ์ปกติก็ตาม ร่างกายก็จะเกิดอาการเสื่อมสภาพลงค่ะ กลับสู่โหมดเดิมก่อนหน้าที่เราไม่ได้ออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ หยุดไปนานๆ ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ นั่นเองแหละคะ

สำหรับวันนี้บุ้งขอแนะนำ Gear Fit2 ที่จะช่วยเพื่อนๆทุกท่านในการออกกำลังกายที่จะส่งเสริมสมรรถภาพของร่างกายมากยิ่งขึ้นค่ะ

4

Gear Fit2 ทำให้เราสามารถออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อพัฒนา ศักยภาพของร่างกายของเราได้อย่างเต็มที่ เราสามารถออกแบบตารางการวิ่งของเราว่าวันนี้เราต้องการวิ่งกี่นาที หรือจะ set ค่าเป็นระยะทางได้ โดยสามารถเก็บบันทึกได้ว่า ในแต่ละวันนั้นเราวิ่งไปกี่นาที  ใช้พลังงานไปเท่าไหร่  ความเร็วเฉลี่ยของการวิ่งในแต่ละครั้งนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ (เป็นกิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง) เก็บเป็นสถิติ คอยดู improvement การปรับปรุงแก้ไข progress ความคืบหน้า  ของเรา over time เวลาที่ใช้มากจนเกินไป เพื่อที่เราจะได้พัฒนาในการวิ่ง หรือการออกกำลังกายของเราในครั้งต่อๆ ไปนั่นเอง

3

หรือจะออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ เช่นปั่นจักรยาน ทั้งการปั่นแบบข้างนอกหรือเครื่องปั่นจักรยาน โยคะ และพิลาทีส เป็นต้น และข้อดีของเครื่องนี้อีกหนึ่งอย่างก็คือมี GPS ในตัว แสดงผลในระยะทางในการวิ่งของเราได้อย่างแม่นยำ สามารถแสดงผลบนหน้าจอนาฬิกาได้เลย ไม่ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวก็สามารถทราบข้อมูลในการออกกำลังกายของตัวเองได้แบบ ขณะนั้นได้เลย ไม่ต้องรอให้ออกกำลังกายเสร็จหรือวิ่งเสร็จแล้วมาดูการแสดงผลหน้าจอที่โทรศัพท์อีกด้วยคะ

เหมาะสำหรับผู้ที่อยากมีเพื่อนคู่ใจเอาไว้จดบันทึกและเพิ่มศักยภาพของตัวเอง บุ้งก็ขอแนะนำ Gear Fit2 ทำให้การออกกำลังกาย และการฝึกฝนร่างกายนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยเพื่อนๆสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2bdoQqG

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *