อยู่คนเดียว

ศิลปะของการอยู่คนเดียว

อยู่คนเดียว

เรื่อง…เอกศาสตร์ สรรพช่าง / ภาพ…วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

หลายวันก่อนมีเพื่อนผู้หญิงของผมคนหนึ่ง ต้องเดินทางไปทำงานที่นิวยอร์กโดยลำพัง เธออายุสามสิบแล้ว แต่เธอบอกว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่จะต้องเดินทางคนเดียว สำคัญกว่านั้น นี่คือการนอนคนเดียวครั้งแรกของเธอ ผมฟังแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเธอไม่เคยใช้เวลาอยู่คนเดียวเลยเหรอ เธอตอบผมว่าไม่เคย เพราะตลอดระยะเวลาที่โตมา เธออยู่กับที่บ้าน ไม่เคยใช้ชีวิตแบบเด็กหอ ได้แต่แชร์ห้องนอนร่วมกับน้องสาว ไปไหนก็ไปด้วยกัน กระทั่งแต่งงานก็นอนกับสามี ไม่เคยได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังเลยแม้แต่คืนเดียว ย้ำอีกทีว่าแม้แต่คืนเดียว ฟังดูเป็นชีวิตที่ดูอบอุ่นดีพอๆกับไม่น่าเป็นไปได้ แต่พอคิดไปคิดมา ผมว่าก็น่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นอย่างเธอ ใครที่โตมากับบ้านห้องแถวหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดก็คงเป็นอย่างนี้

ทว่าการไม่มีโอกาสได้อยู่คนเดียวเลย บางครั้งทำให้เราขาดอะไรไปหลายอย่างในชีวิตเช่นกัน

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่า การอยู่คนเดียวไม่ได้หมายถึงการโดดเดี่ยวตัวเองออกจากสังคม นั่นเป็นคนละเรื่อง คนที่แยกตัวโดดเดี่ยวอาจมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม แต่คนที่อยู่คนเดียว หมายถึงอาศัยอยู่คนเดียวแต่ไม่ได้โดดเดี่ยวตัวเองออกจากสังคม แต่หลายคนก็มักขาดทักษะในเรื่องของการอยู่คนเดียว เพราะคิดว่ามันคือความอ้างว้างโดดเดี่ยว และข้อมูลก็มักชี้นำว่า มันเป็นอย่างนั้น เช่นมีการสำรวจในสหรัฐ พบว่าตั้งแต่หลังปี 2000 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่คนอเมริกันอยู่คนเดียวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีประเทศสหรัฐมา ประมาณว่ามีคนร้อยละ 28 ของประเทศที่อาศัยอยู่คนเดียวแบบไม่ค่อยได้ติดต่อญาติมิตร ซึ่งข้อมูลแบบนี้อาจชี้นำว่าคนเราอยู่อย่างเปลี่ยวเหงามากขึ้นทุกที แต่ดันไม่มีใครไปถามว่าพอใจกับชีวิตแบบนี้ไหม

เรื่องเลวร้ายกว่าการอยู่คนเดียวคือการถูกยัดเยียดว่าพวกอยู่คนเดียวเป็นพวกมีปัญหา อันนี้เป็นเรื่องใหญ่กว่า จริงๆ มีข้อดีหลายอย่างที่เราสามารถเห็นได้ทั้งการประหยัดค่าใช้จ่าย ความสามารถในการตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร พูดง่ายๆ คือมีอิสระในการตัดสินใจเต็มที่

และหากเราเข้าใจชีวิตแบบอยู่คนเดียว มันมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการมีเวลาเข้าใจตัวเอง เพราะว่าไปแล้ว ทุกวันนี้เรามีเวลาอยู่คนเดียว อยู่เงียบๆ นั้นน้อยมาก วันหนึ่งๆ อาจไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ปัจจุบันเริ่มมีการนำเอาข้อดีของการอยู่คนเดียวมาปรับใช้เพื่อพัฒนาคน ในบริษัทใหญ่ๆ ในตะวันตกมีคอร์สให้พนักงานไปอบรมการ “อยู่คนเดียว” เป็นเวลา 2-3 วัน คอร์สแบบนี้มุ่งหวังให้คนที่มีชีวิตวุ่นวายอยู่กับตารางนัดหมาย หรือสังคมที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้คน ได้มีเวลาพิจารณาถึงความต้องการของตัวเอง ซึ่งบางคนไม่เคยรู้ หาจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง และรวมไปถึงการหาเป้าหมายในชีวิต คอร์สเหล่านี้จะปล่อยให้เราอยู่คนเดียว ไม่พูดกับใคร ห้ามติดต่อสื่อสารไม่ว่าโดยวิธีใดแม้แต่การรับสื่อ แต่ให้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ในบ้านเราอาจไม่ใช่เรื่องแปลกนัก หลายคนที่เคยไปเข้าคอร์สวิปัสสนาอาจคุ้นเคยกับวิธีการแบบนี้ หรือในโรงแรมบางแห่งในเกาะสมุย ก็มีการทำคอร์สแบบนี้ขึ้นมา

มีผลการวิจัยชี้ว่าการที่เราอยู่คนเดียวเงียบๆ จะทำให้เราสามารถหายใจได้ลึกขึ้น ซึ่งทำให้ประสาททั้งสองส่วน คือ ตัวเร่ง (Sympathetic nervous) และตัวยับยั้ง (Parasympathetic nervous) ทำงานเป็นปกติ ทำให้ร่างกายสร้างนิวเทรียสออกไซด์ได้น้อยลง ซึ่งสารตัวนี้ช่วยในการขยายหลอดลม หลอดเลือดต่างๆ ในร่างกายเพื่อให้สามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้น การพูดมากเกินไป ทำให้คนเราหายใจเร็วและถี่ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนเข้าปอดในปริมาณมากพอ

ใครที่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเวลาได้อยู่คนเดียวจริงๆ จังๆ การใช้เวลาอยู่ในรถยนต์เงียบๆ ระหว่างขับมาทำงาน หรือการได้ใช้เวลาก่อนนอนหายใจลึกๆ นั่งนิ่งๆ สักพัก

ชีวิตคุณจะดีขึ้นมาก

หมายเหตุ : เรื่องและภาพ ตีพิมพ์ในเซคชั่น MAGZ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 15 ก.ย. 2558

+++++++++++++

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *