IMG_7138

“คุณปลา”นักวิ่งผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโรคมะเร็ง

ชื่อ – นามสกุล:       ปนิตา ตันติวัฒนวัลลภ (ปลา)

 

อายุ :                       35 ปี

น้ำหนัก :                 53 kg

ส่วนสูง :                  167 cms

 

สถานะภาพ :         มีคนรักแล้ว

การศึกษา :            ประถม :  โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต

                                มัธยมต้น : โรงเรียนสตรภูเก็ต

                                มัธยมปลาย : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

                                ปริญาตรี : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

                                ปริญญาโท : University of Pittsburgh, USA (MBA)

 

อาชีพ/ตำแหน่ง :    นักวิเคราะห์ความเสี่ยงธุรกิจอาวุโส /  Business Development Manager

                                QBE Insurance (Thailand) Public Company Limited

 

กีฬาที่เล่น :             วิ่ง, ว่ายน้ำ, โยคะ, Scuba Diving

 

รางวัลที่ผ่านมา:                                    ปี 2008 : กรุงเทพมาราธอน  อันดับ 2 ของพนักงานหญิงธนาคาร Standard Chartered Bank ระยะ มินิมาราธอน

                                                                ปี 2015 : Singha Cha Am Bikini Run 10 km. อันดับที่ 4 รุ่นอายุ 30-39 ปี

                                                                ปี 2015 : งานม้าเหล็ก ปี 2 25 km. อันดับที่ 7 รุ่นอายุ 30-39 ปี

 

IMG_3641

Fit4fun:                   เริ่มต้นเล่นกีฬาอะไรมาก่อนนอกจากวิ่งหรือเปล่า ช่วยลำดับความเป็นมาด้วยครับ อะไรคือกีฬาที่เราชอบและถนัดที่สุด

 

คุณปลา:                 เล่นกีฬาตั้งแต่เด็กนะคะ  แต่ไม่ได้จริงจังอะไรเป็นพิเศษ เล่นตามเวลาเอื้ออำนวย  วิ่งจัดเป็นกีฬาแรก ๆ ที่ทำแบบเรียกว่าเป็นกิจวัตรค่ะ  นอกจากนั้น ก็มีเล่นโยคะ ว่ายน้ำ และดำน้ำ Scuba Diving

 

                                ตั้งแต่เด็กก็วิ่งเป็นกิจวัตรแล้ว หกล้มเข่าแตกประจำ อยู่ไม่สุก และเพราะว่าเราทำกิจกรรมโรงเรียนเยอะ ทั้งรำละคร เป็นดรัมเมเยอร์ เชียร์ลีดเดอร์  วิ่งมันเป็นส่วนนึงในการบริหารร่างกาย

 

ตอนขึ้นม.ปลายจนถึงปี 1 นี่ไม่ได้เล่นกีฬาอะไรเลย เรียน ทำกิจกรรม เล่น และกินจนอ้วน  พอเข้ามหาลัย จะขึ้นปี 2 แล้ว แม่ถึงได้มากระตุ้นแกมบังคับให้จัดการตัวเองได้แล้ว ก็เลยเริ่มวิ่งแบบจริง ๆ จังๆ  เป็น routine

 

พอทำงานก็มีเปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่นบ้าง ทั้งโยคะ ต่อยมวย  และก็ไปใช้เวลาออกทริปดำน้ำเยอะ  ช่วงนั้น วิ่งก็ยังเป็นแค่กิจกรรมเพื่อช่วยให้ร่างกายฟิตอยู่เสมอ เพื่อไปออกทริปดำน้ำ ไปเที่ยว  แต่จะทำอะไรมันก็มีการวิ่งเป็นส่วนนึงตลอด

 

แล้วก็เริ่มมีไปวิ่งตามงานวิ่งบ้าง แต่ยังคงเป็นแค่ระยะมินิมาราธอน  สมัยปี 2001-2003 งานวิ่งยังไม่ได้ฮอตขนาดนี้เลยค่ะ แล้วก็ไม่มีสื่อเยอะขนาดนี้เลย 

 

ปี  2004-2006 อยู่อเมริกา ยิ่งวิ่งใหญ่เลย เพราะมันเป็นกิจวัตรทุกคนที่โน่นเลย วิ่งกันให้ขวั่กทั้งเมือง  แถม gym โรงเรียนอยู่บนเขา  ก็ต้องวิ่งไปเล่น  หลังโรงเรียน มี Park มี Trail ธรรมชาติ เคยวิ่งตกเขาด้วยค่ะ  แผลเป็นยังอยู่เลย ช่วง 2 ปีนั้นเล่นเทนนิสด้วย  แต่พอกลับมาเมืองไทยก็ไม่ได้ตีแล้ว เหลือวิ่งเป็นหลัก กับเข้ายิมเล่นโยคะ  ว่ายน้ำ

 

IMG_1916

Fit4fun:                   ได้ยินมาว่าคุณปลาเคยป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งเป็นเวลานาน ทำอย่างไรจึงสามารถกลับมาเป็นแข็งแรงจนสามารถวิ่งจนจบระยะฟูลมาราธอนได้ครับ?

 

คุณปลา:                 หลังรับถ้วย กรุงเทพมาราธอน 2008  คือมันเป็นถ้วยภายในสำหรับพนักงานธนาคารตอนนั้น แต่เราก็ภูมิใจมากนะคะ  เพราะพนักงงานก็วิ่งกันเกินครึ่งธนาคารแล้ว และเราก็กำลังจะเตรียมขยับตัวเองไปวิ่งมาราธอนแล้ว 

 

พอขึ้นปี 2009 เจอว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูก แต่ยังระยะแรก  ก็เข้ากระบวนการรักษาเลย  แล้วการรักษาตอนนั้น เราอยากหายเร็ว เลยตัดสินใจให้หมอให้ทั้งคีโม พร้อมกับฉายแสงไปด้วย ประมาณเวลาน่าจะจบภายในครึ่งปี … เกือบตายค่ะ  เพราะร่างกายพังมาก ดีว่าเราแข็งแรงอยู่ก่อน และระหว่างการรักษา หมอวางแผนดีมาก ครอบครัวดูแลกันดีมากทั้งร่างกายทั้งจิตใจ  รับการรักษาอยู่  10-11 เดือนเต็ม แล้วพักฟื้นอีก 2-3 เดือน ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ …

 

                                แต่ช่วงแรก ๆ มันไม่ปกติสิ …​จะปกติยังไง กล้ามเนื้อทั้งตัวหายเกลี้ยง เหลือแต่ตัวนิ่ม ๆ บวม ๆ จากยา และกลายเป็นคนไม่มีแรง  ต้องอยู่กับสภาพที่ด้อยกว่าคนปกติทุกอย่าง เม็ดเลือดขาวต่ำกว่าคนปกติหลายเท่า เพราะไขกระดูกบางส่วนถูกทำลายจากการรักษาอยู่แล้ว มันทำให้เราติดเชื้อง่ายกว่าคนอื่น แผลนิดเดียวก็เรื่องใหญ่ได้ เป็นไข้นิดเดียว ก็อาจเข้าโรงพยาบาลได้ ต่อมน้ำลายแห้งกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย ทำให้ขาดน้ำไม่ได้นาน ถ้า dehydrate ก็อันตราย

 

ตอนนั้น ยังไม่มีไทรอยด์ ซึ่งมักจะเป็นของแถมกับการฉายแสงอยู่แล้ว ทุกคนก็แอบดีใจ  …​แต่สุดท้ายมันก็มา  มีอาการไฮโปไททรอยด์  ช่วงปลายปี 2012 และอาการแย่สุด 2013 ทุกวันนี้ก็ยังต้องรักษาตัวไปเรื่อย ๆ

 

                                ตอนรักษามะเร็งจบใหม่ๆ จากคนเคยแข็งแรงมาก  กลายเป็นไม่มีแรงเดิน  ต้องมีคนหิ้วแขน เดิน  300 เมตรนั่งแปะ …​วินาทีนั้น ไม่ต้องหวังเรื่องฟิตร่างล่ะค่ะ  ฟิตใจก่อน  ใจไปหมดแล้ว …​ไม่เหลืออะไรแล้ว … แต่เราก็บอกตัวเอง ว่าเราเลือกได้นะ  เราเลือกมีชีวิตอยู่แบบคนป่วยเลย มันก็ได้  ไปเรื่อยๆ เรียบๆ เลย นิ่งๆ เลิกทำอะไรที่เคยทำ ไม่ว่าจะเคยสนุก หรือเคยรักมันแค่ไหน ก็ต้องเลิก เพราะเราป่วยนะ  เราไม่เท่าคนอื่น และไม่มีทางแข็งแรงเท่าคนอื่น ๆ  …

 

หรือเราจะเลือกเริ่มต้นใหม่ …​ร่างกายของเรา เรารู้ดีที่สุด  เราต้องรักมันมาก ๆ  ค่อย ๆ ทำความเข้าใจมัน เราอาจจะสร้างทุกอย่างไม่ได้เหมือนที่เคยมี  แต่เราทำให้ดีที่สุดจากที่มีวันนี้ได้ วันนี้เดินได้นิดเดียว พรุ่งนี้จะเดินให้ไกลขึ้น  มะรืนนี้จะไปไกลกว่าเดิมอีก  แล้วเดือนหน้าเราจะเริ่มวิ่ง …  ก็ค่อย ๆ สร้างมันกลับมา  ซักสามสี่เดือนก็กลับมา Jog เบาๆ ได้ สั้นๆ พอสิ้นปี 2010 ก็กลับมาวิ่งได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้กลับมาคืนสนาม จนกระทั่ง เริ่มซ้อมวิ่งมาเรื่อย ๆ จนปี 2012 รุ่นพี่ๆ บัญชีจุฬาฯ  ที่สนิทกัน ชวนให้กลับมาคืนสนามอีกครั้ง ก็เลยได้กลับมาวิ่งจริง ๆ จัง ๆ และเป็นทีมวิ่ง 349 ขึ้นมาค่ะ

 

IMG_2955

Fit4fun:                  แบ่งเวลาการออกกำลัง จัดโปรแกรมการซ้อม การทำงาน และการพักผ่อนอย่างไร?

 

คุณปลา:                 จริงๆ  ปลาเป็นคนไม่ชอบตารางนะ  ปลาเป็นคนเยอะ แล้วก็ติสท์มากอ่ะค่ะ  ปลาทำอะไรเพราะปลามีความสุขที่จะทำ  ปลาไม่ชอบการแข่งขันทุกประเภท  แม้กระทั่งการแข่งกับตัวเอง  ชีวิตมันเดี๋ยวก็สุดทางนึง  อีกเดี๋ยวก็สุดอีกทาง … การซ้อมมาราธอน …​ ทำให้ปลารู้จักจัดการชีวิตมากขึ้น

 

                                ปลาก็เริ่มหาตารางซ้อมที่มันลงตัวกับชีวิตเราที่สุดก่อน  อย่างที่บอกเรารู้ตัวเราเอง รู้ว่าอาทิตย์นึงเรา “ต้อง” ทำอะไรบ้าง  และ “อยาก” ทำอะไรบ้าง ก็เอาตารางซ้อมมาวาง แล้วจัดเวลา  มันก็ต้องยอมเสียอะไรที่เคยทำบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าหายไปหมด แต่ลดนั่นเพิ่มนี่ให้มันลงตัว ทั้งนี้ ไม่ว่าจะยังไง ครอบครัว(รวมถึงแมว) ต้องมาก่อน ความรับผิดชอบเรื่องงานต้องมาก่อนค่ะ

 

IMG_9925

Fit4fun:                   ตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกาย การใช้ชีวิต และการทำงานไว้อย่างไรบ้างครับ จากจุดนี้ไป?

 

คุณปลา:                 เราวางการวิ่งไว้เป็น hobby และเราก็ไม่ได้มีเป้าหมายขนาดว่าอยากจะเป็น Elite Runner แนวหน้าอะไรแบบนั้น เราทำเพราะเรามีความสุข รักที่จะทำ  แต่ว่าก็มีตั้งเป้าหมายเรื่องเวลาในการวิ่งแต่ละงานไว้เหมือนกันค่ะ  แค่ไม่ได้กดดันตัวเอง ความสุขของปลาเวลาวิ่งคือการได้เห็นภาพรอบๆ ตัวเคลื่อนที่ผ่านเราไป  ชอบวิ่งไปเก็บภาพไป  ทุกทางวิ่งมันมีกลิ่นเฉพาะของมัน มีเรื่องราวของมันต่างๆ กัน เราชอบเวลาระหว่างวิ่ง ตัวเราระหว่างวิ่ง  มันนิ่ง มันมีความสุข  และเป้าหมายสูงสุดในการเล่นกีฬาคือเราต้องการจะแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ  พอเราแข็งแรงแล้ว เราจะได้ดูแลคนที่เรารักได้  ส่งต่อพลังงานบวกให้คนอื่นๆ ได้อีกเรื่อย ๆ

 

ส่วนการใช้ชิวิต ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยน เพียงแต่จากที่เคยสุดมาก ๆ ก็ลดลง ตามเวลาและ อายุที่มันมากขึ้น 555  ปลาเป็นคนไม่ทะเยอทะยานน่ะ  ambition ต่ำ  ซึ่งมันก็ไม่ได้ดีนะคะ แต่เราเป็นแบบนี้ ชอบอะไรเรื่อยๆ ไม่ได้มีเป้าหมายว่าอายุเท่าไหร่ ต้องมีเงินเท่าไหร่ มีทรัพย์สินอะไรบ้างอะไรเทือกนั้น  ตอนเด็ก ๆ เคยมี  แต่พอชีวิตเจอจุดเปลี่ยน จุดเบรคอะไรหลายๆ  ครั้ง  มันเริ่มคิดแล้วว่า ชีวิตที่ดูแลตัวเองได้ ดูแลคนที่เรารักได้  ไม่มีหนี้ มีพอกินพอใช้ มันคือสุขสบายแล้ว ปลาเป็นคนทำงานเต็มที่ให้องค์กร  และก็จะตั้งเวลาพักให้ตัวเอง ปกติปลาจะไปเที่ยวไกล ๆ ทุก 3 เดือน คือทำงานเต็มที่เลย  3 เดือนแล้วเบรคไปพัก  ชอบถ่ายภาพ เขียนหนังสือ  ชอบไปดูงานอาร์ต ฟังดนตรี  เราก็จะหายไปอยู่กับพวกนี้เลย อาทิตย์นึง แล้วกลับมาลุยงานใหม่

 

                                แต่พอเริ่มมีงานวิ่งเยอะ ๆ มันลาแบบนั้นไม่ได้ เราก็ปรับๆ แบ่งๆ ไป  ย้ำอีกทีนะคะ เรารู้ตัวเราเองดีที่สุด  เมื่อไหร่เหนื่อย เมื่อไหร่ล้า เมื่อไหร่ควรเดินต่ เมื่อไหร่ควรพัก  เราก็จัดการไปตามนั้น

 

IMG_3049

Fit4fun:                   ไปวิ่งที่ไหนมาแล้วประทับใจบ้างครับ สถานที่ที่ไปวิ่งเป็นประจำก็ได้ครับ

 

คุณปลา:                 จริง ๆ แล้ว ก็ประทับใจทุกที่ทุกงานเลยนะคะ

แต่ถ้าพูดถึงทางวิ่งที่รักที่สุดก็คงเป็นถนนเลียบหาดราไวย์ถึงหาดไนหาน ที่ภูเก็ตค่ะ  ตรงนั้นคือบ้านเกิด ที่หัดเดิน หัดวิ่ง และเป็นแบตเตอรี่ก้อนโตให้ชาร์จพลังทุกครั้งที่กลับไป และแน่นอน  สนาม Laguna Marathon บ้านเกิดตัวเองก็เป็นสนามที่รักมากเหมือนกัน  คือถ้าได้วิ่งแบบมีทะเล มีฟ้ากว้าง ๆ นะ  ยังไงก็มีแรง 555

 

อย่างงานจอมบึงนี่ก็ชอบมาก  ปี 2014  ได้ไปทำภารกิจวิ่งไปพร้อมอมยิ้มร้อยอันไปแจกเด็ก ๆ เป็นภารกิจฟูลมาราธอนที่น่ารักและสนุกมาก

 

อีกงานที่ประทับใจทุกองค์ประกอบ ก็คงเป็น Nagoya Woman Marathon ที่ไปเมื่อ 2015 คือมันเป็นทางวิ่งที่เหมือนวาง  Power Bank ให้นักวิ่งตลอดทาง ทั้งกองเชียร์ ทั้ง Staff ทั้งเพื่อนร่วมทางวิ่ง มันมีพลังงานแลกเปลี่ยนให้กัน สนุกมาก ๆ ๆ เป็นมาราธอนที่ถ่ายรูปเยอะมาก  42 km  ถ่ายไปเกือบ  50 รูป

 

IMG_7138

Fit4fun:                   ใครคือ Role Model หรือต้นแบบในการใช้ชีวิต การทำงานหรือการออกกำลังกายครับ?

 

คุณปลา:                 เอารวม ๆ นะคะ ปลาชื่นชมคนที่เล่นกีฬาทุกคนเลย คนที่เล่นกีฬาแล้ว ออกมาทำอะไรเพื่อกระตุ้นให้เกิดพลังบวกดีดี ส่งเสริมให้คนอื่นใส่ใจ รักตัวเอง สร้างสังคมที่ดี  ไม่ว่าจะ พี่นง ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์,  ครูดิน สถาวรรันนิ่ง,   พี่ป๊อก อิทธิพล สมุทรทอง, พี่ฮั้ว พี่สาวที่รักแห่ง  349  Runner Blogger, และอีกหลาย ๆ คน คือปลาไม่ได้มีใครที่คอยติดตามเป็นพิเศษ  แต่ปลาศึกษาแนวทางการฝึกซ้อม, ความมีวินัย ของคนเหล่านี้เป็นกำลังใจและแรงกระตุ้นให้ตัวเอง

 

                                ส่วนการใช้ชีวิต เรามีพ่อแม่เป็นแบบอย่างอยู่แล้ว ครอบครัวเป็นพลังของการหายใจกับชีวิตปลามาตลอด พ่อเป็นตัวอย่างคนที่จัดการเรื่องหมื่นพันแสนล้านปัญหาได้อย่างลงตัวตั้งแต่เราจำความได้  เราก็จะเดินตามอย่างพ่อของเราล่ะค่ะ  

 

IMG_7885

Fit4fun:                   ออกกำลังกลางแจ้งแบบนี้ ห่วงเรื่องความสวยความงามของผิวบ้างมั้ยครับ ดูแลอย่างไร?

 

คุณปลา:                 ห่วงนะคะ … ยิ่งแก่ขึ้นยิ่งห่วงขึ้น  ไม่ได้กลัวไม่สวยอะไร แต่กลัวมันเสีย  แล้วจะพาลเป็นปัญหาสุขภาพ  แต่ปลาก็ไม่ถึงขนาดไปหาหมอ เดินเข้าสปานะคะ  ขี้เกียจ  555  แต่ปลาจะไม่ยอมลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาด  ไม่ใช่แต่ตอนวิ่ง แต่ในชีวิตประจำวันด้วย  แล้วก็ดื่มน้ำเยอะ  เยอะมาก ๆ ค่ะ  เพราะร่างกายเรามันแห้งกว่าชาวบ้านอยู่แล้ว ก็จะดื่มน้ำเยอะ ๆ ทุกวัน

 

                                สองอาทิตย์ก็พยายามขัดผิวเองบ้าง  ไม่ได้ขัดเอาขาวนะคะ  แต่ขัดไล่สีด่าง ๆ ให้มันเนียน แล้วให้ผิวมันได้ active

 

                                สมัยนี้การดูแลความสวยงามมันง่ายขึ้นเยอะค่ะ  เทคโนโลยีด้านความงามมันล้ำมากขึ้นทุกวัน แต่เราก็ยังเน้นเรื่องการรับประทาน การดูแลร่างกายจากข้างในมาก่อนด้วย  พวกเครื่องสำอางค์เอาเป็นตัวช่วยก็พอแล้ว (มันเปลือง)

 

IMG_8421IMG_7646

Fit4fun:                   จะฝากอะไรถึงคนที่ยังไม่กล้าหรือขี้เกียจที่จะออกกำลังกายว่าอย่างไรบ้างครับ?

 

คุณปลา:                 ประโยคมาตรฐานเลย  บอกทุกคนเลย …  คือ ชีวิตเราสั้นเกินไปที่จะคิดว่าไม่มีเวลานะคะ  ไม่มีใครมาเปลี่ยนอะไรเราได้หรอก  เราต้องคิดเอง เปลี่ยนที่ตัวเอง ไม่ได้บอกว่าให้ออกมาวิ่ง แต่ลุกมาทำอะไรก็ได้ ที่มันดีกับตัวเองจริง ๆ เราวางมือถือลง  15 นาที เราอาจจะ situp ได้เกิน  50 ทีแล้ว หรือวิ่ง ๆ เดิน ๆ ได้ตั้ง 2 กิโลแล้ว หรือเลือกได้ว่าจะลุกไปหั่นแอปเปิ้ล ทำสลัดทาน หรือนอนอืดรออาหาร fast food delivery มาส่งหน้าประตู  … คือเรารู้แหละว่าอะไรดี ไม่ดีกับตัวเอง เพียงแต่เราต้องเป็นคนจัดการตัวเองให้ทำเอง  และทำเดี๋ยวนี้ เราไม่รู้หรอกว่า ที่เราคิดว่า เดี๋ยวค่อยทำ  มันจะได้ทำหรือเปล่า?  ตั้งใจ  และอดทน  แล้วการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับตัวเองมันจะเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ

  IMG_8794 Processed with VSCOcam with c1 preset IMG_9516 IMG_9537 IMG_9730  IMG_9979 IMG_0388 IMG_0713  IMG_1932 IMG_2033  IMG_3015   IMG_3702 IMG_3785 IMG_6687 IMG_6982 IMG_7080  IMG_7638 IMG_7643  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *